ดวงประเทศไทยปลายปี2563 กับการเมืองที่พร้อมแตกหัก

รัฐบาล VS ประชาชนปลดแอก

ประเทศไทยจากนี้จะเดินต่อไปอย่างไร จะจบลงแบบไหน ใครจะเป็นฝ่ายชนะ มาดูกันได้เลย

ต้องบอกก่อนว่านี่คือคำทำนายจากหลักวิชาทางโหราศาสตร์ และจากหลักสถิติจากการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆในอดีต เพื่อให้อยู่ในกรอบของหลักที่สามารถพิสูจน์ได้หรือหลักทางสถิติเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำ เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือยุยงปลุกปั่นแต่อย่างใด

จากทิศทางของดวงดาวในช่วงตลอดปีที่เหลือจากนี้ไป สิ่งที่น่ากังวลของประเทศไทยภายในปีนี้ จะมีหลายห้วงเวลาด้วยกัน เริ่มจากจุดแรกช่วงที่ต้องระวังคือ 17ส.ค. ถึง 19กันยายน ช่วงเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเสื่อมถอยของรัฐบาล เพราะการเดินของดาวจรทั้งจักรราศีมากระทบตรงกับพฤหัสพื้นดวงเดิมและพฤหัสจร เรียกได้ว่าพฤหัสโดนบั่นทอนอย่างหนักเลยทีเดียว

ดาวพฤหัสซึ่งถือว่าถ้าเป็นบุคคลคือ ดาวแห่งนักปกครอง ข้าราชการ ครู อาจารย์ พระสงฆ์ ทหารหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นักการเมือง ผู้พิพากษา นายกรัฐมนตรี และผู้ปกครองสูงสุดของรัฐ ถ้าเป็นหน่วยงานคือ รัฐบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยราชการ ศูนย์บัญชาการ และสถานที่ทางศาสนา ซึ่งจากการที่ดาวพฤหัส มีดาวที่ลุมกินโต๊ะมากถึง 10ดวง ได้แก่ เสาร์และพลูโตกุม ราหูกับศุกร์เล็ง เกตุและเนปจูนโยคหน้า มฤตยูกับอังคาร ตรีโกณ อาทิตย์พุธตรีโกณหลัง แม้พฤหัสจะได้ตำแหน่งเป็นเกษตรตราธิปดีในเรือนศุภะ แต่การที่ ดาวบาปเคราะห์ที่มีมากถึง7ดวงที่ให้โทษ ส่งกระแสถึง เรียกได้ว่า บอบช้ำหนักมากเลยก็ว่าได้

ถึงจะได้ความมั่นคงเข้มแข็งของพฤหัสที่เป็นเกษตร และดาวอังคารที่เป็นดาวประจำตัวของประเทศไทยก็ยังได้ตำแหน่งเป็นเกษตรในเรือนตัวเอง เรียกได้ว่าเข้มแข็งเช่นกัน แต่โชคไม่ดีตรงที่ว่าแม้อังคารจะเป็นเกษตรในเรือนตัวเอง แต่การที่ทักษาจรของอังคารในปีนี้กลับเป็นกาลีจร เรียกได้ว่าการที่ทักษาตัวเองเป็นกาลีคือ ตัวเองมักจะทำผิดพลาดจากการกระทำของตัวเอง หรือสิ่งที่ทำไม่ดีจะปิดไว้ไม่มิด หรือหมายถึงไม่มีความสามัคคีกันในฝ่ายบริหาร ไม่เพียงแค่นั้นดาวพฤหัสยังเดินพักร์องศาหรือโคจรวิปริตอีกด้วยทำให้เรียกได้ว่า ช่วงนี้มีแต่สิ่งลุมเร้าจนเป๋ไปเลยก็ว่าได้

ซึ่งเมื่อมองไปยังดาวที่มีอิทธิพลถึง บอกได้เลยว่าเข้มแข็งสุดๆชนิดเรียกได้ว่านึกไม่ถึงกันเลยทีเดียวว่าจะสามารถสร้างแรงกดดันให้ได้มากถึงขนาดนี้ เพราะว่าดาวคู่ปรับหลักอย่างดาวเสาร์ก็ได้ตำแหน่งเป็นเกษตร คือเข้มเเข็งไม่แพ้พฤหัสเลย ยังไม่พอยังมีดาวอาทิตย์ซึ่งมาจากเรือนปุตตะที่แทนความหมายเป็นเด็กๆ ยังได้ตำแหน่งเกษตรในราศีสิงห์อีก แถมยังมีดาวพุธซึ่งมาจากเรือนอริประกบคู่มากับอาทิตย์ ซึ่งจริงๆบอกเลยว่าดาวอาทิตย์ให้คุณกับพฤหัสเพราะเป็นดาวคู่มิตรใหญ่ และอาทิตย์ในพื้นดวงเดิมก็กุมลัคนาด้วย แต่การที่ถูกพุธที่มาจากภพอริตามประกบเรียกได้ว่า จากอาทิตย์ให้คุณกลับถูกพุธหล่อหลอมจนให้โทษไปเลยและการที่อยู่ในเรือนราศีสิงห์เรียกได้ว่า ช่วงนี้จะมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ ชนิดเถียงหัวชนฝา ทำให้การแสดงออกในทุกๆการกระทำจึงเป็นแบบไม่เกรงและไม่แคร์ใครทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อพุธบวกอาทิตย์คือ จะเน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์แบบมีเทคนิคแทกติกชาญฉลาด และได้รับความเชื่อถืออีกด้วย คือผู้คนจะเห็นด้วยมากมายในการแสดงออก

สิ่งที่น่าห่วงคือในวันที่29สิงหาคม พุธซึ่งเป็นเรือนอริจะกลับมายังเรือนอริของตัวเอง ซึ่งจะได้ตำแหน่งเป็นทั้งเกษตรและมหาอุจจ์เรียกได้ว่า พุธจะเข้มแข็งสุดๆ นั่นคือคู่ปรับรัฐบาลจะมีกำลังมากแบบสุดๆ ช่วงนี้กระแสของฝั่งคู่ปรับจะมาแรงมากๆ เรียกว่าป่วนหนักเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแค่นั้นวันที่17กันยายน อาทิตย์ซึ่งเป็นเรือนจากภพของเด็กๆจะตามมาสมทบช่วยพุธเป็นกำลังเพิ่มอีกทวีคูณ ซึ่งการที่อาทิตย์อยู่ร่วมกับพุธเรียกว่าดาวคู่วิชาการ ทำอะไรพูดอะไรก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ เมื่อมาอยู่ในเรือนอริทำให้ เจอการสื่อสารปลุกเร้าอย่างหนักหน่วงในรูปแบบสร้างความเสียหาย ทำให้คนเชื่อ และคนเห็นด้วยกับแนวคิดมาร่วมขบวนด้วยอีกเป็นจำนวนมากเลยก็ว่าได้

แต่การที่ปลุกกระแสโหมมากไปก็ทำให้กระแสมอดดับไวเช่นกัน คือยังกดดันไปได้ไม่ต่อเนื่องหรือไม่สุดนั่นเอง เพราะเนื่องจากพุธก็เดินเสิร์จหรือเดินอย่างรวดเร็วผิดปกติ ทำให้กดดันไปได้ไม่สุด ทำให้ไม่สามารถประคองแรงกดดันไว้ได้ แม้ว่าอาทิตย์ซึ่งเป็นธาตุไฟมาอยู่ในเรือนพุธธาตุลมจะช่วยโหมไฟให้หนักมาก และเรียกพวกได้เยอะกว่าเดิม แต่ยังไม่จบ เพราะไม่จุดไฟอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ทำให้กระแสเริ่มแผ่วปลายได้ เนื่องจากหลังวันที่19กันยายน พุธจะเริ่มอ่อนแรงหมดกำลังลง และบวกกับหลังวันที่20กันยา พฤหัสกลับมาเดินเป็นปกติแล้ว และดาวต่างๆก็ไม่ส่งกระแสกดดันเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทำให้ รัฐบาลจะกลับมาฟื้นฟูตัวเองได้อีกครั้ง

สถานะการณ์ของรัฐบาลจะสงบได้ไม่นาน เพราะกระแสฝ่ายตรงข้ามเริ่มแผ่ว อยู่ๆไฟก็จะถูกจุดจนติดขึ้นมาอีกครั้งในช่วง 6ตุลาคม เนื่องจากดาวอังคารเจ้าเรือนประเทศเดินวิปริตโคจรถอยหลังเข้าสู่ภพวินาศ เรียกว่าอ่อนกำลัง ซึ่งยังไม่พอยังอยู่ในเรือนวินาศ ซึ่งเป็นเรือนที่ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ไม่น่าเชื่อถือ คนปกป้องก็เริ่มถอยห่างเรียกได้ว่า ช่วงนี้มีโอกาสที่พรรคร่วมรัฐอาจตีตัวออกมาหรือมีความกดดันกันเองเกิดขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่ารัฐบาลจะเจอทั้งศึกภายในและศึกภายนอกไปพร้อมๆกันเลยละ ไม่เพียงแค่นั้นอยู่ๆดาวพุธเจ้าเรือนอริก็โคจรถอยหลังเข้าไปสู่ตำแหน่งเกษตรและเป็นอุจจน์อีกครั้ง ซึ่งการถอยหลังของดาวพุธเรียกได้ว่าเรื่องเก่าในอดีตจะถูกขุดคุ้ยรากไส้ออกมาโจมตีให้สะเทือนอีกครั้ง ทำให้รัฐเป๋หนักเลยทีเดียว

ซึ่งครั้งนี้ถือว่าหนักหนามากๆ เพราะไม่เพียงแค่รัฐบาลเท่านั้นที่โดน โดยเฉพาะในวันที่6ตุลาคม ต้องระวังอาจจะมีการกระทบกระเทียบสถาบันสูงสุดได้ด้วย เพราะวันที่19เกตุ ที่แปลว่าสิ่งที่เคารพนับถือเป็นปูชนียบุคคลในอดีต หรือเรื่องเก่าแก่เนิ่นนานโบราณ จะกุมกับพลูโตเดิมในพื้นดวงเรียกได้ว่า เรื่องราวเก่าแก่โบราณและปูชนียบุคลจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา เพื่อต้องการ เรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ทำให้การเรียกร้องนี้จะกระทบหลายๆฝ่าย จนเป็นเหตุให้รัฐก่อความรุนแรงและมีการคุกคามเกิดขึ้น และจะเกิดกระแสในสังคมอย่างสูงในช่วงเวลานั้น

ซึ่งมีจุดที่น่าห่วงมากๆในหลายๆประเด็น ทั้งวันมหาวิปโยค 14ตุลา2516  และวันที่6ตุลาคม2519 วันที่เกิดการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงเวลานี้ อาจจะมีการขุดรื้อประเด็นต่างๆขึ้นมา ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ดังนั้นวันนี้จับตามองให้ดีๆ เพราะไม่เพียงแค่เกตุกุมพลูโตเดิม แต่พฤหัสก็โดนเสาร์กุมแบบสนิทเลยทีเดียวในวันนั้น เรียกได้ว่า มันจะมีปัญหาประเด็นทางสังคมเกิดขึ้นอย่างหนักอีกครั้งอย่างแน่นอน ทำให้สังคมแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายกันอย่างชัดเจนมากขึ้น

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่ใช่กระทบแต่รัฐบาลเท่านั้น แต่ก็กระทบคู่ปรับหลักของรัฐด้วย ทำให้ฐานสนับสนุนกลุ่มเด็กๆอ่อนแรงลงเช่นกัน เพราะอาทิตย์เจ้าเรือนเด็กๆไปอยู่เรือนศุกร์ซึ่งเป็นเรือนน้ำ ทำให้อาทิตย์ตกน้ำไฟเริ่มมอดลง ส่งผลให้ลดดีกรีความร้อนแรงจากเด็กๆไปมากเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะสู้รัฐไม่ได้ เพราะในเรือนของอาทิตย์ที่ราศีสิงห์เองก็มีดาวศุกร์มาอยู่ในเรือนเด็กๆ เป็นเกษตรสลับเรือน แถมยังเป็นคู่สมพลกันคือยังคงมีความเข้มแข็งอยู่ แต่อาจจใช้กลยุทธ์แบบซอฟลง ไม่ดุดันเหมือนเดิม

สถานะการณ์บ้านเมือง เริ่มกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง อาจมีการกดดันเป็นพักๆแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้รัฐบาลได้ แต่หลังจาก17พ.ย.เป็นต้นไป เมื่อดาวอาทิตย์ที่เป็นดาวของเด็กๆเข้าสู่เรือนพิจิกเจ้าเรือนอังคาร เรียกได้ว่าจุดแตกหักที่น่ากลัวที่สุด เพราะอาทิตย์เข้าสู่เรือนอังคาร ซึ่งเป็นดาวคู่ศัตรูกัน แถมยังเป็นภพมรณะอีก เรียกได้ว่า 1 VS 3 ปะทะกัน จนเกิดการแตกหักและสิ้นสุดลงได้

ฉะนั้นช่วงเวลานี้ต้องระวังมากๆจะเกิดจุดแตกหักที่ร้ายแรงเกิดขึ้น จะมีการยกระดับการชุมนุมขั้นสูงสุด อาจจะเกิดเหตุการณ์การสูญเสียเกิดขึ้นทั้ง2ฝ่าย ระวังมือที่สามจะเข้ามาสร้างสถานะการณ์ที่รุนแรง จนในที่สุดจะนำไปสู่จุดปะทะกันอย่างรุนแรง ระวังม็อบจะชนม็อบ จะเป็นช่วงที่ประเทศจะถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วกันชัดเจนอีกครั้ง จะมีการปราบปรามจับกุมจนนำไปสู่การบาดเจ็บ หรือร้ายแรงสุดอาจมีถึงขั้นเสียชีวิตเกิดขึ้นในช่วงนี้

แต่จุดที่ดีก็คือปัญหาคาราคาซังอาจจะจบลงในช่วงนี้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะมีโอกาสที่รัฐบาลจะยอมถอย เนื่องจากการกดดันอย่างรุนแรงทั้งศึกภายนอกและภายในของพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากดาวอังคารเดินอยู่ภพวินาศเรือนพฤหัส เป็นคู่สมพล พฤหัสจะคอยห้ามปรามและประนีประนอม ทำให้รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรเกินกว่าเหตุ ช่วงนี้มีโอกาส ที่รัฐบาลจะยอมรับเงื่อนไขหรือข้อเสนอได้ จะมีการแก้รัฐธรรมนูญ หรืออาจถึงขั้นยอมยุบสภาเกิดขึ้นได้เลย เพราะดาวพลูโตกุมสนิทกับเสาร์ และมีพฤหัส และเกตุก็เอื้อมองศาถึงกันหมด นอกจากนั้นยังมีมฤตยูจตุโกณถึงพลูโตในพื้นดวงเดิมอีกด้วย ซึ่งดาวพลูโตคือดาวแห่งการปฏิรูปปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นสูงมาก แต่จากที่ดูความสงบสุข ความรุนแรงที่ลดลงจนเห็นได้ชัดที่ตามมา จึงไม่น่าจะใช่การปฏิวัติจากทหารค่อนข้างแน่

แต่ที่มั่นใจคือพลูโตเป็นดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงและปฏิวัติ แน่นอน เพราะจากเหตุการณ์ปฏิวัติสยาม2475 ก็มีเกตุจรส่องพลูโตเดิม และช่วงเวลาทำการณ์ของคณะราษฏร์คือ6โมงเช้า ของวันที่24 มิ.ย.2475 ก็เป็นช่วงลัคนาจรสถิตกุมดาวพลูโตพอดี

ไม่เพียงแค่นั้นเหตุการณ์ที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหารจอมพลป.พิบูลสงคราม อังคารเป็นกาลีจรเหมือนตอนนี้เป๊ะ และก็มีดาวมฤตยูเล็งพอดีเป๊ะกับพลูโตเดิมอีกด้วย คล้ายกับครั้งนี้ ที่มฤตยูตั้งฉากพอดีกับพลูโตเช่นกัน

ซึ่งหลังจากเหตุการจุดพีคของสถานะการณ์ผ่านพ้นไป สถานะการณ์ของประเทศจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งในวันที่15ธันวาคม สถานการณ์ทุกอย่างจะเริ่มคลี่คลายขึ้น รัฐบาลจะกลับมามีความเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง เพราะทั้งดาวพฤหัสก็เดินเป็นปกติแล้ว แถมอังคารก็กลับไปเข้มแข็งในเรือนตัวเองอีกครั้ง แม้จะยังมีอุปสรรคมากมายให้แก้ไขทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และศึกภายในรัฐบาล แต่ก็ยังสามารถประคองให้ผ่านพ้นปี2564ไปได้ แบบหืดขึ้นคอโดยไร้เหตุความรุนแรง

 

ส่วนเหตุการณ์ทางการเมืองในปี2564จะเป็นอย่างไร มาติดตามกันได้ต่อในคลิปหน้าครับ

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น